หัก 3 ส่วนของเงินเดือน

การที่เงินเดือนออกแล้ว หัก 3 ส่วนของเงินเดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบทำทุกอย่างอัตโนมัติ โดยการตั้งค่าระบบการโอนเงินออกตามบัญชีต่าง ๆ ที่มีการตั้งค่าหากใช้วิธีนี้จำเป็นต้องกำหนดงบประมาณสำหรับแต่ละส่วนของหลักสูตรสำหรับสิ่งที่เรามี เราแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 ส่วนง่าย ๆ ดังนี้

  • ประหยัด
  • ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือน
  • รายได้ (ที่เหลืออยู่ในชีวิตประจำวัน)

เมื่อได้รับเงินเดือนก็จะถูกตัดโดยอัตโนมัติไปที่ “บัญชีออมทรัพย์และค่าใช้จ่าย” ตามสัดส่วนที่เราระบุควรปรับให้เหมาะกับวิถีชีวิตของพวกเขาบางคนอาจมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าพวกเขาอาจประหยัดได้มากกว่า 30% . ตัวอย่างเช่นการกระจายสัดส่วน

แนวคิดของวิธีนี้มีเป้าหมายที่แตกต่างกันดังนี้

  • บัญชีเงินเดือน (รายได้)
    บัญชีนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับรายได้ที่เข้ามา แต่เป็นที่สุดท้ายที่เราสามารถใช้อย่ากดเงินเพื่อใช้มันตั้งแต่ครั้งแรกที่เงินเข้าสู่บัญชีเงินเดือน แต่จะต้องใช้หลังจากหักเงินออมและบัญชีค่าใช้จ่ายจากรายการ 2,3 เราจะใช้เงินทุนที่เหลืออยู่ในบัญชีเงินเดือนเท่านั้น ซึ่งจะต้องหาวิธีในการใช้จำนวนเท่าใดก็พอถึงสิ้นเดือนและไม่ก่อหนี้เพิ่ม
  • บัญชีออมทรัพย์
    เราสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของการลงทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเลือกตามความเสี่ยงที่เรายอมรับได้

ระยะสั้น – เงินสามารถใช้ในกรณีฉุกเฉินได้เนื่องจากสามารถถอนได้ทันทีรีบใช้เงินที่ฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์กองทุนตลาดเงิน
ระยะกลาง – เงินที่เก็บไว้เพื่อการลงทุนเพื่อการเติบโตเช่นเงินฝากประจำกองทุนรวมตลาดทุนโปรแกรมการออมทองคำโปรแกรมการออมหุ้น, การจ่ายเงินปันผลสูง, พันธบัตรเกรด A
ระยะยาว – ออมเพื่อการเกษียณเช่น RMF, ประกันชีวิตบำนาญกองทุน GPF (ข้าราชการ) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ส่วนตัว)

  • บัญชีค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระทุกเดือน
    -ค่าใช้จ่ายสำหรับหนี้สินประเภทต่างๆหรือค่าใช้จ่ายในปัจจุบันที่เราขาดไม่ได้
    -หนี้ที่ต้องชำระคือหนี้บ้านหนี้รถยนต์หนี้บัตรเครดิต หนี้เงินกู้นอกระบบ
    -ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือนหากไม่จ่ายก็จะทำให้ชีวิตของเราลำบากเช่นค่าเช่าบ้าน
    -ค่าน้ำค่าไฟค่าโทรศัพท์ หากไม่ชำระเงินเราจะถูกตัดออกจากน้ำตัดการสื่อสาร

หัก 3 ส่วนของเงินเดือน

หัก 3 ส่วนของเงินเดือน

The concept of this method has different goals as follows

Payroll (income)
This account is the starting point for incoming revenue. But it is the last place that we can use. Do not press money to use it since the first time the money entered the payroll. But it must be used after deducting the savings and expense accounts from transaction 2,3. We will use the remaining funds in the payroll account only. Which will have to find a way to use how much to use at the end of the month and not incurring additional debt

saving account
We can choose according to the suitability of our investment to achieve our goals. By choosing according to the risk that we can accept
Short-term – Money can be used in an emergency because it can be withdrawn immediately. Use the money deposited into a savings account, money market funds.
Medium term – money stored for investment for growth such as fixed deposits, mutual funds, capital markets, gold savings programs, stock savings programs, high dividends, grade A bonds
Long-term – savings for retirement such as RMF, life insurance, pension, GPF (civil servant), provident fund (private)

Expense account that must be paid every month
– Expenses for various types of liabilities or current expenses that we cannot live without.
– Debt that must be paid is home debt, car debt, credit card debt Informal loan debt
– Expenses that must be paid every month, if not paid, it will make our lives difficult, such as renting a house.
– Water, electricity, telephone If not paid, we will be written off from the water, cutting communication.

ติดตามสาระและวิธีหาเงินได้ที่นี่ >>>> คลิ๊ก <<<<

สาระความรู้เพิ่มเติม  : Google